Category: Lifestyle

มุมมองที่ตีได้หลากหลายเรื่องของความสุข

ความสุข

คุณเคยหรือมั้ยที่จะใช้ชีวิตแบบมีความสุขสนุกสนานแบบไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมาย ซึ่งผลในการทำแบบนั่นจะส่งผลที่ได้รับแบบประโยชน์ส่วนตนแบบที่ไม่สามารถประเมิณค่าได้ เรื่องนี้แท้จริงถ้าพูดแบบมุมมองที่ไม่คิดอะไรมากเราจะเรียกว่าการบำเพ็ญตนเพื่อสังคมนั่นเอง แต่หากเราจะเจาะลึกลงไปให้เข้าใจได้มากกว่าที่คิดนั่นจะเรียกว่าการออกเดินทางไกลเพื่อตามหาความสุขที่แท้จริงนั่นเอง เรื่องนี้เป็นหมวดนึงที่คนที่เรียนเรื่องของจิตวิทยาเข้าจำเป็นจะต้องเรียนในหมวดวิชานี้โดยตรงเลยก็ว่าได้ เพราะเรื่องราวที่มักจะก่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้นั่น แท้จริงถ้าลองมองดี ๆ นั่นก็คือความทุกข์นั่นเอง แต่จะมาในรูปแบบที่ปะปนกับความสุขที่เราแทบจะแยกไม่ออกเลยก็ว่าได้ แล้วทำมั้ยผมเองจึงตั้งคำถามถึงเรื่องนี้ละ เพราะความสุขที่เกิดขึ้นตามปกติเรามักจะคิดว่าเกิดจากสิ่งที่มากระทบกับความรู้สึกของเรานั่นเอง ถึงจะเรียกว่าทุกข์ แต่ในทางกลับกันของการศึกษานั่น เข้าบอกว่าแท้จริงเรื่องนี้มันเกิดจากการคิดบวกมากกว่า เหมือนเป็นการเริ่มต้นที่จะเปิดใจให้มองมุมกว้างกว่าปกติ หรือมองในแง่ดีของคนเหล่านั่น ซึ่งนั่นเองเป็นสิ่งที่จะสร้างความทุกข์หรือความสุขที่แท้จริงให้กับร่างกายของเรารับรู้ได้ จะพูดอย่างไรให้ผู้อ่านทุกท่านเห็นภาพได้อย่างชัดเจนกันนะ บางคนกล่าวไว้ว่าก็ต้องเริ่มจากการลงมือในการทำท่าทาง เช่น การยิ้มให้คนรอบข้าง การเดิน การออกไปวิ่งบ้าง การออกกำลังกายบ้าง หรือการที่คุณเองเข้าสังคมที่ดีมีแต่รอยยิ้มที่ร่าเริงบ้าง นั่นก็อาจจะส่งผลให้ร่างกายเราหลั่งสารเคมีที่จะก่อให้เกิดความสุขได้ไม่ยาก แต่ในอีกชั้นนึงของนักจิตวิทยาได้กล่าวอีกว่า ความสุขนั่นก็คือคนที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งวัน เพราะเหมือนคนเราหากชอบทำในสิ่งไหนก็มักจะทำอยู่เป็นประจำก็ว่าได้ เข้าจึงเอามาเปรียบเทียบกับการทำงานนั่นเอง เหมือนคนที่มีความมุ่งมันในการทำงาน ก็มักจะตั้งใจกับเรื่องราวของงานที่ตนเองนั่นตั้งใจทำมาโดยตลอด เรียกได้ว่าเป็นเรื่องของความทุ่มททั้งแรงกาย แรงใจ กันเลยทีเดียว ในบางสาขาของงานที่สามารถวัดผลกันได้ ก็จะเรียกว่าความภูมิใจในผลงานที่ตนเองได้สรรสร้างมา เรียกแบบศัพท์ชั้นสูงว่าการยกระดับคุณภาพชีวิตนั่นเอง หลักสุดท้ายที่นักจิตวิทยาเรียกนั่นก็คือการทำให้ชีวิตของเรานั่นมีความหมาย คำนี้ถ้าแปลความดี ๆ ก็มองได้หลายมุมเลยทีเดียว แต่ถ้าตัดทุกอย่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาวะแวดล้อมนั่นเองก็จะเข้าใจได้ว่า ทำทุกวันที่คุณมีให้มีความหมายมากที่สุดนั่นเองครับ

วิถีชีวิตกินอยู่อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง

โรคมะเร็ง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆรวมไปถึงโรคมะเร็งก็คือการดำเนินชีวิตหรือการใช้ชีวิตของเรานั่นเองสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเข้าใกล้ความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งมากยิ่งขึ้น คือเรื่องของการรับประทานอาหารร่วมไปถึงการออกกำลังกายแน่นอนว่าไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตของเรา  เป็นไปด้วยความเร่งรีบ  อาหารจานด่วนอาหารประเภทปิ้งย่างจึงเป็นสิ่งที่ เราเลือกบริโภคมากที่สุดเป็นต้นว่าหมูปิ้งข้าวเหนียว  ไก่ย่างส้มตำ  ประเภทควันโขมงแต่รสชาติอร่อยล้ำนอกจากที่จะเป็นอาหารของเราแล้วยังเป็นอาหารชั้นเลิศของเชื้อมะเร็งอีกด้วยและสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือเราทุกคนมีโอกาสเสี่ยงหรือมีเชื้อมะเร็งอยู่ในตัวเพียงแต่ว่าเราให้อาหารแบบไหนกับตัวเองซึ่งเราให้อาหารที่เป็นอาหารของเซลล์มะเร็งความเสี่ยงในการที่เราจะเป็นโรคร้ายนี้ก็เพิ่มสูงมากขึ้นนั่นเองตรงกันข้ามถ้าหากเราเลือกบริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพเราก็จะห่างไกลความเสี่ยงเหล่านี้ได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากนี้แล้วการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานอยู่เสมอก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันแต่อย่างไรก็ดีก็ไม่ใช่ว่าคนที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจะห่างไกลการเป็นโรคมะเร็งหรือไม่มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคนี้เลยเพราะนอกจากนี้แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่ส่งผลต่อการเป็นโรคมะเร็งนั่นเอง ซึ่งในทางการแพทย์ โดยการวิจัยและคำแนะนำจากแพทย์ชาวญี่ปุ่นได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการดูแลตัวเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งเอาไว้ว่า ” การรับประทานอาหาร ต้องทานอย่าง balanced และเราจะต้องได้รับสารอาหารอย่างสมดุลรวมถึงได้รับปริมาณอาหารอย่างสมดุลด้วยไม่เน้นหนักไปทางด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะแต่สิ่งที่เราจะต้องพึงระวังมากที่สุดในการรับประทานหรือในการปรุงอาหารคือส่วนผสมของเกลือในอาหารซึ่งสัดส่วนที่เราควรจะบริโภคคือสำหรับผู้ชายใน 1 วันควรจะรับเกลือไม่เกิน 8 กรัมและสำหรับผู้หญิงไม่เกิน 7 กรัม ซึ่งหากเปรียบเทียบปริมาณ 1 ช้อนชามีปริมาณเกลือ 5 กรัมและเราสามารถตวงหรือวัดปริมาณเกลือจากช้อนชาหรือช้อนได้เลยค่ะ เมื่อทราบดังนี้แล้วเราก็จะพบว่าในปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์อาหารมากมายที่เมื่อเราอ่านฉลากข้างกล่องเราจะพบว่าปริมาณโซเดียมเยอะมากดังนั้นสิ่งที่เราต้องระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีโซเดียมสูงเป็นไปได้ให้ทานน้อยครั้งมากที่สุดสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือสำหรับคนที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มเหล้าทั้งหลายด้านได้ทานกับแกล้มถือว่าเป็นอาหารชั้นเลิศในวงเหล้าแต่คุณควรพึงระวังเอาไว้ด้วยว่าอาหารประเภทกับแกล้มทั้งหลายเป็นอาหารที่มาพร้อมกับความเค็ม และโซเดียม  ดังนั้นใน 1 สัปดาห์หากอยากจะทานก็ทานเพียงหนึ่งครั้งก็พอเพื่อสุขภาพที่ดีของเรานั่นเอง

การใช้โซเชียลของวัยรุ่นญี่ปุ่น ไลฟ์สไตล์วัยรุ่นยุคใหม่

การใช้โซเชียลของวัยรุ่นญี่ปุ่น

ในประเทศญี่ปุ่น ก็ยังคงมีไลฟ์สไตล์ที่ไม่แตกต่างจากวัยรุ่นไทย โซเชียลมีเดียหลักที่ใช้คือ Twitter และ Instagram ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นจากความนิยมต่างๆเหล่านี้ก็ได้มีการทำการสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ Social Media ของวัยรุ่นญี่ปุ่นมีสิ่งที่น่าสนใจจากการทำการสำรวจในครั้งนี้คือส่วนใหญ่และวัยรุ่นญี่ปุ่นมักจะมีบัญชีการใช้งาน Social Media ต่างๆเหล่านี้มากกว่าหนึ่งบัญชี และสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือวัยรุ่นเป็นจำนวนมากที่มีบัญชีสำหรับการใช้งานเป็นบัญชีรอง มากถึง 10 บัญชีด้วยกันมาถึงตรงนี้ใครหลายคนอาจจะอยากรู้แล้วว่าทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นจึงมีบัญชีรองในการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆมากมายขนาดนี้  การใช้บัญชีรองมากมายถึง 10 บัญชีหรือการใช้งาน Social Media อย่างลับลับเป็นสิ่งที่เด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นทุกคนต้องมีเพราะคนที่โรงเรียนหรือคนที่ทำงานร่วมถึงคนที่บ้านจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเจ้าของบัญชีคือใครดังนั้นบัญชีรอง ซึ่งเป็นบัญชีของการใช้โซเชียลแบบไม่เปิดเผยตัวตนนั่นเองและจากการสำรวจของบริษัททางด้านความปลอดภัยในข้อมูลพบว่า 70% ของนักเรียนหญิงมัธยมปลายมีบัญชีรับเป็นของตัวเองและวัตถุประสงค์ในการใช้งานก็เก็บไว้ใช้ในวัตถุประสงค์การใช้งานหลักๆคือใช้ในการติดตามผลงานของศิลปินดารารวมไปถึง Animation หรือคนที่มีความชื่นชอบในแบบเดียวกันรวมทั้งใช้เพื่อคอมเม้นต่างๆใน Social Media โดยที่ไม่ต้องมีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงและยังเป็นการสร้างตัวตนหรอกๆขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนจริงของพวกเขานั้นเอง นอกจากนี้แล้ว  จากการสำรวจยังพบอีกว่าวัยรุ่นญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้โซเชียล ที่เป็นบัญชีรองในการบ่นและระบายอารมณ์กับเรื่องราวต่างๆที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดและต้องประสบพบเจอในแต่ละวันเพราะไม่อย่างนั้นแล้วคงจะต้องรู้สึกอัดอั้นตันใจที่ไม่ได้ระบายออกอย่างแน่นอนดังนั้นการใช้บัญชีรองจึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้วัยรุ่นญี่ปุ่นสามารถระบายความเครียดเพราะไม่มีใครสามารถตามตัวได้และที่สำคัญคือหลังจากที่หายเครียดหรือระบายอารมณ์แล้วก็สามารถลบบัญชีนั้นทิ้งได้ง่ายๆอีกด้วย วิถีชีวิตที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่นซึ่งจะเรียกว่าเป็นค่านิยมก็คงจะไม่ผิดนั่นก็คือชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่แคร์ความคิดความรู้สึกของคนรอบตัวมากๆดังนั้นเพื่อให้ได้รับการยอมรับหลายคนจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างตัวตนอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมาให้คนได้รู้จักและได้เห็นในมุมที่ตัวเองต้องการให้เห็นและไม่ต้องการให้เห็นแต่ทุกคนก็ยังคงต้องการพื้นที่ความเป็นส่วนตัวเหตุผลต่างๆเหล่านี้จึงกลายเป็นที่มาของการใช้ชีวิตติดโซเชียลแบบที่ต้องมีบัญชีในการเล่นมากมายนั่นเอง