Friday, May 29

มุมมองที่ตีได้หลากหลายเรื่องของความสุข

คุณเคยหรือมั้ยที่จะใช้ชีวิตแบบมีความสุขสนุกสนานแบบไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมาย ซึ่งผลในการทำแบบนั่นจะส่งผลที่ได้รับแบบประโยชน์ส่วนตนแบบที่ไม่สามารถประเมิณค่าได้ เรื่องนี้แท้จริงถ้าพูดแบบมุมมองที่ไม่คิดอะไรมากเราจะเรียกว่าการบำเพ็ญตนเพื่อสังคมนั่นเอง แต่หากเราจะเจาะลึกลงไปให้เข้าใจได้มากกว่าที่คิดนั่นจะเรียกว่าการออกเดินทางไกลเพื่อตามหาความสุขที่แท้จริงนั่นเอง เรื่องนี้เป็นหมวดนึงที่คนที่เรียนเรื่องของจิตวิทยาเข้าจำเป็นจะต้องเรียนในหมวดวิชานี้โดยตรงเลยก็ว่าได้ เพราะเรื่องราวที่มักจะก่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้นั่น แท้จริงถ้าลองมองดี ๆ นั่นก็คือความทุกข์นั่นเอง แต่จะมาในรูปแบบที่ปะปนกับความสุขที่เราแทบจะแยกไม่ออกเลยก็ว่าได้

แล้วทำมั้ยผมเองจึงตั้งคำถามถึงเรื่องนี้ละ เพราะความสุขที่เกิดขึ้นตามปกติเรามักจะคิดว่าเกิดจากสิ่งที่มากระทบกับความรู้สึกของเรานั่นเอง ถึงจะเรียกว่าทุกข์ แต่ในทางกลับกันของการศึกษานั่น เข้าบอกว่าแท้จริงเรื่องนี้มันเกิดจากการคิดบวกมากกว่า เหมือนเป็นการเริ่มต้นที่จะเปิดใจให้มองมุมกว้างกว่าปกติ หรือมองในแง่ดีของคนเหล่านั่น ซึ่งนั่นเองเป็นสิ่งที่จะสร้างความทุกข์หรือความสุขที่แท้จริงให้กับร่างกายของเรารับรู้ได้ จะพูดอย่างไรให้ผู้อ่านทุกท่านเห็นภาพได้อย่างชัดเจนกันนะ บางคนกล่าวไว้ว่าก็ต้องเริ่มจากการลงมือในการทำท่าทาง เช่น การยิ้มให้คนรอบข้าง การเดิน การออกไปวิ่งบ้าง การออกกำลังกายบ้าง หรือการที่คุณเองเข้าสังคมที่ดีมีแต่รอยยิ้มที่ร่าเริงบ้าง นั่นก็อาจจะส่งผลให้ร่างกายเราหลั่งสารเคมีที่จะก่อให้เกิดความสุขได้ไม่ยาก แต่ในอีกชั้นนึงของนักจิตวิทยาได้กล่าวอีกว่า ความสุขนั่นก็คือคนที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งวัน เพราะเหมือนคนเราหากชอบทำในสิ่งไหนก็มักจะทำอยู่เป็นประจำก็ว่าได้ เข้าจึงเอามาเปรียบเทียบกับการทำงานนั่นเอง เหมือนคนที่มีความมุ่งมันในการทำงาน ก็มักจะตั้งใจกับเรื่องราวของงานที่ตนเองนั่นตั้งใจทำมาโดยตลอด เรียกได้ว่าเป็นเรื่องของความทุ่มททั้งแรงกาย แรงใจ กันเลยทีเดียว ในบางสาขาของงานที่สามารถวัดผลกันได้ ก็จะเรียกว่าความภูมิใจในผลงานที่ตนเองได้สรรสร้างมา เรียกแบบศัพท์ชั้นสูงว่าการยกระดับคุณภาพชีวิตนั่นเอง หลักสุดท้ายที่นักจิตวิทยาเรียกนั่นก็คือการทำให้ชีวิตของเรานั่นมีความหมาย คำนี้ถ้าแปลความดี ๆ ก็มองได้หลายมุมเลยทีเดียว แต่ถ้าตัดทุกอย่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาวะแวดล้อมนั่นเองก็จะเข้าใจได้ว่า ทำทุกวันที่คุณมีให้มีความหมายมากที่สุดนั่นเองครับ